ธนาคารกสิกรไทย พักชำระหนี้ ลูกค้ากลุ่มลูกจ้าง และนายจ้างกลุ่มธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ

ธนาคารกสิกรไทย พักชำระหนี้ ลูกค้ากลุ่มลูกจ้าง และนายจ้างกลุ่มธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ

ธนาคารกสิกรไทย พักชำระหนี้ ลูกค้ากลุ่มลูกจ้าง และนายจ้างกลุ่มธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ ลูกค้าสามารถขอลงทะเบียนเข้ามาตรการ ตั้งแต่19 กรกฎาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564

มาตรการพักชำระหนี้ ลูกค้ากลุ่มลูกจ้าง และนายจ้างกลุ่มธุรกิจ


วัตถุประสงค์ของมาตรการพักชำระหนี้

เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจของธนาคาร ที่ทำงานในสถานประกอบการที่ต้องปิดกิจการ จาก มาตรการของทางการให้มีภาระค่าใช้จ่ายลดลง โดยพักชำระหนี้เป็นระยะเวลา 2 เดือน นับจากเดือนที่ลงทะเบียน
เข้าร่วมมาตรการ


คุณสมบัติลูกค้าที่เข้าร่วมมาตรการ

  • เป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง ในสถานประกอบการที่ต้องปิดกิจการในพื้นที่ควบคุมฯ* 13 จังหวัด
  • เป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง ในสถานประกอบการที่ต้องปิดกิจการที่อยู่นอกพื้นที่ควบคุม* เช่น ร้านนวด-สปา
    ร้านเสริมความงาม ร้านขายของในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
  • ไม่มีสถานะเป็นหนี้ NPL ณ สิ้นเดือนก่อนหน้าเดือนที่ลงทะเบียน

*พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามคำสั่งของ ศบค.ที่ 9/2564 ลว.10 ก.ค. 64 และ 10/2564 ลว.18 ก.ค.64 และที่จะประกาศเพิ่มเติมระหว่างการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ


หมายเหตุ

การพักชำระหนี้ ภายใต้มาตรการนี้เป็นเพียงการเลื่อนการชำระออกไป เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อน สำหรับลูกค้าที่ยังมีศักยภาพและสามารถชำระหนี้ได้ ควรชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ในอนาคตเพิ่มขึ้นสูงเกินจำเป็น เช่นเดียวกับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินที่ควรดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืน

การคิดดอกเบี้ยในระหว่างพักชำระหนี้

  1. ในระหว่างการพักชำระหนี้ธนาคารยังคงมีการคิดดอกเบี้ยในอัตราปกติตามสัญญาเดิม
  2. เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาพักชำระหนี้ ลูกค้ายังคงต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระที่เกิดขึ้นในภายหลัง

ระยะเวลาลงทะเบียน
ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 – 31 สิงหาคม 2564


คำถามที่พบบ่อย

ลูกค้าต้องมีคุณสมบัติอย่างไรที่สามารถเข้าร่วมมาตรการ
  • ลูกค้าทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการที่ต้องปิดกิจการในพื้นที่ควบคุมฯ* (13 จังหวัด) ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา
  • ลูกค้าทั้งที่เป็นนายจ้างและลูกจ้างในสถานประกอบการที่ต้องปิดกิจการที่อยู่นอกพื้นที่ควบคุม* เช่น ร้านนวด-สปา ร้านเสริมความงาม ร้านขายของในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น
  • ไม่มีสถานะเป็นหนี้ NPL ณ สิ้นเดือนก่อนหน้าเดือนที่ลงทะเบียน

*พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามประกาศคำสั่งของ ศบค.ที่ 9/2564 ลว.10 ก.ค. 64 และ 10/2564 ลว.18 ก.ค.64 และที่จะประกาศเพิ่มเติมระหว่างการลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ

สินเชื่อประเภทใดเข้าเงื่อนไขบ้าง

บัตรเครดิต, บัตรเงินด่วน Xpress Cash, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan, สินเชื่อเงินด่วนแบบผ่อนระยะยาวเพื่อธุรกิจ Xpress Loan-Long term loan, สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อเพื่อธุรกิจ

แนวทางการช่วยเหลือมีรายละเอียดอย่างไร

พักชำระหนี้ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ทั้งนี้ ดอกเบี้ยยังคงคำนวณอยู่ เป็นเพียงการเลื่อนการชำระออกไป เพื่อแบ่งเบาภาระให้กับลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อน สำหรับลูกค้าที่ยังมีศักยภาพและสามารถชำระหนี้ได้ ควรชำระหนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ในอนาคตเพิ่มขึ้นสูงเกินจำเป็น เช่นเดียวกับลูกหนี้ที่อยู่ระหว่างเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงินที่ควรดำเนินการต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและยั่งยืน

ประเภทธุรกิจใดที่สามารถเข้าร่วมโครงการ

ทุกธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์

ถ้าลงทะเบียนเข้ามาตรการแล้ว มีผลเมื่อไหร่

มีผลในเดือนที่ลงทะเบียน ยกเว้นผลิตภัณฑ์ใดที่มีวันครบกำหนดก่อนวันที่ลงทะเบียน ให้มีผลในรอบเดือนถัดไป

  • สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan ลูกค้าจะเริ่มชำระตามเงื่อนไขของมาตรการช่วยเหลือฯ ในรอบบัญชีนี้ เมื่อลูกค้าได้ลงทะเบียนล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วันก่อนวันครบกำหนดชำระ
  • บัตรเครดิต, บัตรเงินด่วน Xpress Cash กรณีลงทะเบียนภายใน 5 วันทำการก่อนวันสรุปยอดบัญชี มีผลในรอบบัญชีปัจจุบัน
    หากลงทะเบียนหลังจากนั้นจะมีผลในรอบบัญชีถัดไป

ที่มา : ธนาคารกสิกรไทย

ติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชั่น และคูปองส่วนลด ต่าง ๆ ได้ที่ www.108deal.com

สมัครบัตรผ่อนของ 0% 40 เดือน กับ Citi ที่นี่>>